เครื่องฟอกอากาศ มีกี่ประเภท ??
เครื่องฟอกอากาศ มีกี่ประเภท ??

ขอนำเกร็ดความรู้มาให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงเครื่องฟอกอากาศ สิ่งจำเป็น สำหรับ คนรักสุขภาพ

เครื่องฟอกอากาศ ในสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ที่เร่งรีบ และแออัด ประกอบกับ สภาพอากาศ ที่มีมลภาวะสูงขึ้นในปัจจุบัน อันเนื่องมาจาก ผลข้างเคียง ของการเติบโต ของสังคม และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ไอเสียจากยานยนต์ ฝุ่นละออง หรือมลพิษทางอากาศอื่นๆ ทำให้ผู้คนต้องการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งในระหว่างทำงานและที่บ้าน ที่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ความเย็น ซึ่งทำให้โอกาสที่จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ จากธรรมชาติที่แท้จริง จึงมีน้อยลงทุกขณะ ถึงแม้ว่า แต่ละคนจะมีโอกาส ในการไปพักผ่อนตากอากาศ เป็นครั้งคราวก็ตาม

การอยู่ในห้องปรับอากาศซึ่งมีการปรับอุณหภูมิที่พอเหมาะ จะสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมลภาวะทางอากาศได้ระดับหนึ่ง แต่อากาศภายในห้องปรับอากาศ ซึ่งเป็นอากาศที่หมุนเวียนผ่าน เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา และถ่ายเทออกสู่บรรยากาศภายนอก เพียงเล็กน้อย รวมทั้งความชื้นจากในอากาศ และในตัวเครื่องปรับอากาศเอง อีกทั้งฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไป อาจกลายเป็นแหล่ง แพร่เชื้อ และไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นเครื่องฟอกอากาศในบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ

เครื่องฟอกอากาศในบ้านประเภทต่างๆ

จากพัฒนาการของการผลิตเครื่องฟอกอากาศในบ้านที่พัฒนามาโดยลำดับ และมีการปรับปรุงการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคนั้น ทำให้ในปัจจุบันมีการผลิตเครื่องฟอกอากาศออกมา เป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

เครื่องฟอกอากาศแบบใช้แผ่นกรองคาร์บอน ( Carbon Air Purifiers )

เครื่องฟอกอากาศชนิดนี้ใช้คาร์บอน เป็นสารที่ทำปฏิกริยาดูดกลิ่นสกปรก และกลิ่นอับชื้นในอากาศ โดยใช้ไส้กรองที่มีส่วนผสมของ คาร์บอน เป็นตัวดักจับกลิ่นจากอากาศที่ถูกเป่า หรือดูดหมุนเวียนผ่านไส้กรอง ซึ่งต้องเปลี่ยนไส้กรอง ตามอายุการใช้งาน

เครื่องฟอกอากาศแบบใช้ประจุไฟฟ้า ( Ionic Air Purifiers )

เครื่องฟอกอากาศชนิดนี้สามารถกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ซึ่งนอกจากสามารถดักจับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศแล้ว ยังสามารถกรองฝุ่น เกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ ขนสัตว์เลี้ยง รวมทั้งกลิ่นของสารระเหย และกลิ่นของน้ำยา หรือสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในครัวเรือน จากคุณสมบัติดังที่กล่าวมาจึงทำให้เครื่องฟอกอากาศชนิดนี้ เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

เครื่องฟอกอากาศแบบประสิทธิภาพในการกรองสูง ( High Efficiency Particle Arresting : HEPA )

เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและดีที่สุด สามารถกรองอากาศได้บริสุทธิ์ถึง 99.97% เพราะใช้ไส้กรองแบบเดียวกันกับ ที่ใช้ในห้อง Clean Room ในอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์บางประเภท หรือใช้สำหรับห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล รวมทั้งในอุตสาหกรรม เวชภัณฑ์ ไส้กรองเป็นแบบชนิดที่ทำจากใยแก้วละเอียด ซึ่งมีอายุการใช้งานระหว่าง 2 ถึง 4 ปี และมีประสิทธิภาพในการกรองสูง แต่ไม่สามารถดูดซับกลิ่นและควันได้

เครื่องฟอกอากาศแบบผสม

เป็นเครื่องฟอกอากาศแบบที่รวมข้อดี ของเครื่องฟอกอากาศต่างชนิดไว้ด้วยกัน ทำให้เครื่องฟอกอากาศแบบนี้ สามารถกำจัดกลิ่นควัน และฝุ่นละอองได้ ในเครื่องเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นแบบผสมระหว่างไส้กรอง HEPA/Ionic และแบบผสมระหว่างไส้กรอง HEPA ไส้กรองคาร์บอน รวมทั้งแบบผสมชนิดอื่นๆ ที่มีระบบ Ionic ร่วมอยู่ด้วยเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ยังมี

เครื่องกำเนิดโอโซน ( Ozone Generator )

ใช้สำหรับให้กำเนิดโอโซนเพียงอย่างเดียวที่สามารถขจัดกลิ่นและควันที่ปะปนอยู่ในอากาศ เครื่องกำเนิดโอโซนที่สามารถผลิต โอโซน ในปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในภัตตาคาร สถานบันเทิง และสถานที่ที่อากาศหมุนเวียนภายใน มีสิ่งปนเปื้อนสูง และกลิ่นสกปรก รวมถึงกลิ่นอับชื้นต่างๆ เช่น กลิ่นจากอาหาร ควันบุหรี่ ห้องน้ำ เป็นต้น

เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV ( Germicidal UV lights )

ใช้คุณสมบัติของแสง UV ในการฆ่าเชื้อโรคตามพื้นผิวต่างๆ แต่จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้เฉพาะส่วนที่สัมผัสกับแสงโดยตรง และการฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีนี้ จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการทำลายเชื้อโรค เหมือนที่เราเอาไปตากแดด ผลเสียคือ อุปกรณ์ที่โดนแสง UV เป็นเวลานานจะมีความเสียหายได้ เช่น กรอบ, แตก, สีซีด และวิธีการฆ่าเชื้อโรคแบบนี้ จะไม่มีผลกับเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศ

สภาวะอากาศที่มีมลพิษสูงขึ้นเรื่อยมา โดยเฉพาะ ในประเทศอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการ เครื่องฟอกอากาศสูงขึ้น 1 จากการสำรวจ ในสหรัฐอเมริกา พบว่าในปี 2545 ยอดการจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศทุกๆ แบบรวมกันมีมากกว่า 3 ล้านเครื่อง สูงกว่าปี 2544 ถึง 70% และคาดว่าความต้องการ เครื่องฟอกอากาศ จะมีสูงขึ้นเรื่อยมา ความกังวลในเรื่องของโรคภูมิแพ้ สิ่งปนเปื้อนในอากาศ และโรคทางเดินหายใจ เฉียบพลันรุนแรง ( Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS ) ยังคงเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลให้ ยอดขายเครื่องฟอกอากาศยังคงเพิ่มขึ้นเสมอมา

เครื่องฟอกอากาศ สำหรับในประเทศไทยนั้น เครื่องฟอกอากาศในบ้านเป็นสินค้าที่เริ่มจะได้รับความนิยมสูงขึ้นโดยในปี 2546 ที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณกว่า 2500 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท เครื่องฟอกอากาศในบ้าน ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน มีความหลากหลายในด้านราคา โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด, กำลัง, ประสิทธิภาพ ในการฟอกอากาศ และเทคโนโลยีที่ใช้

.