ขอนำเกร็ดความรู้เบื้องต้นมาให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงสัญญาณไข้หวัด 2009 และอาการของคนที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด 2009 สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1 ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก อาการไข้หวัด 2009
อาการไข้หวัด 2009 ในคนนั้นมีอาการคล้ายกันกับอาการของคนที่เป็นหวัดปกติ และมีอาการต่อไปนี้คือ มีไข้ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อย ตามร่างกาย ปวดศรีษะ หนาว และ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนล้า ร่วมด้วย ในบางคนมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน และในอดีต มีรายงานว่า ผู้ป่วยหลายคนมีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นปอดบวม และ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด เช่นเดียวกันกับหวัด ที่ไข้หวัด 2009 อาจจะแย่ลงจนต้องมีสภาพการเรื้อรัง
ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ควรได้รับการพิจารณาถึงศักยภาพในการติดเชื้อ ไข้หวัด 2009 ระยะเวลา ความยาวนานของ การฟักเชื้อ จนมีอาการ และความเป็นไปได้ ของอาการป่วย ที่ยาวนานถึง 7 วัน เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาจได้รับเชื้อ เป็นเวลานาน
สัญญานเตือนภัย ไข้หวัด 2009 ที่จะบ่งบอกถึงการต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่ต้องสังเกตมีดังนี้ ในเด็ก หากเด็ก มีอาการ หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก ผิวหนังเป็นจ้ำสีน้ำเงิน ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอ ปลุกไม่ตื่น หรือไม่มีอาการตอบสนอง มีอาการงอแง ไม่ยอมให้อุ้ม มีไข้เฉียบพลัน หรือมีอาหารหวัด ไออย่างรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที ในผู้ใหญ่ สัญญานเตือนภัยที่จะต้องรีบรักษาเช่นกันคือ อาการหายใจลำบาก หรือหายใจถี่ เจ็บ แน่นหน้าอกหรือช่องท้อง วิงเวียน หน้ามืด และอาเจียนอย่างรุนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือด หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน
โอกาสในการรับเชื้อ ไข้หวัด 2009
การกระจายและการติดเชื้อของเชื้อไข้หวัด 2009มี 2 ทาง คือ ทางแรก เกิดจาการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ หรือการอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ปนเปื้อนด้วย เชื้อไข้หวัด 2009 ทางที่สอง การเกิดจากสัมผัส ระหว่าง คนกับคนที่ติดเชื้อ การกระจายและติดเชื้อระหว่างคนสู่คนนั้น ได้มีการมีบันทึกไว้ และ ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ในช่วงฤดูที่มีไข้หวัดระบาด (Seasonal flu) สาเหตุให้ที่จะทำให้เชื้อแพร่กระจาย จากคนสู่คน คือ การไอ หรือจาม ของผู้ติดเชื้อ
ไข้หวัด 2009 จะรักษาอย่างไร?
ยา ที่จะใช้รักษาอาการไข้หวัด 2009 นั้น CDC แนะนำให้ใช้ตัวยา oseltamivir หรือ zanamivir (ทางที่ดีอย่าซื้อกินเอง ควรไปพบแพทย์ค่ะ…ผู้เขียน) สำหรับการบำบัดรักษา การป้องกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสนี้ ยาต้านไวรัส (Antivirus drug) ตามคำสั่งยาของแพทย์ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ หรือ ยาชนิดสูดดม ที่มีฤทธิ์ต้านหวัด ช่วยได้โดยการ ป้องกันการเจริญ และเพิ่มจำนวนในร่างกาย (ยังคงมีไวรัสหลงเหลือในร่างกาย) ถ้าหากมีอาการป่วย ยาต้านไวรัสเหล่านี้ สามารถทำให้อาการป่วยลดลง และสามารถทำให้รู้สึกดีขึ้น เร็วขึ้น และอาจใช้ป้องกันอาการหวัดที่รุนแรงได้ สำหรับการรักษานั้น ยาต้านไวรัสทำงานได้ดีที่สุด ถ้าใช้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ ป่วย โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 2 วันแรกที่มีอาการเหมือนเชื้อหวัด.. ไม่มีวัคซีนในการรักษา อย่างไรก็ตาม หากการกระทำใดๆ ในชีวิตประจำวันที่ผู้คนสามารถใช้ช่วยป้องกัน การแพร่กระจายของ เชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุ ของโรคระบบทางเดินหายใจได้ก็ สามารถนำมาใช้ป้องกันเชื้อไข้หวัด 2009 นี้ได้
ข้อแนะนำตามขั้นตอนพึงปฏิบัติเป็นประจำทุกวันเพื่อปกป้องไข้หวัด 2009 และสุขภาพของตัวคุณเอง ดังต่อไปนี้
1. ใช้กระดาษทิชชูปิดจมูกและปากของคุณเมื่อไอ หรือจาม และทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิดหลังการใช้ทันที
2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือล้างด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ (เช่นเจลล้างมือ) บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังการไอ หรือ จาม
3. พยายามหลีกเลี่ยงการพบปะ และสัมผัสกับผู้ป่วย ถ้าหากป่วยเป็นหวัดควรหยุดพักอยู่บ้าน เพื่อจำกัดการพบปะผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก หรือ ปาก เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายทางอวัยวะเหล่านี้ได้
ประชาชน ยังไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลกับการจัดเตรียมและรับประทานเนื้อหมู เชื้อไวรัสไข้หวัด 2009 นี้ไม่สามารถแพร่กระจายได้ทางอาหาร อนึ่งการรับประทานเนื้อหมูที่ผ่านการเตรียมที่ดีและผ่านการปรุงสุกจะช่วยให้ มีความปลอดภัยจากเชื้อโรคไข้หวัด 2009 นี้
ที่มา: http://men.mthai.com/content/1678
.







